สภาพสังคมหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลังสงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย

 

สงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทยเรื่องราวเริ่มขึ้นจากสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรปที่เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2482 ตรงกับรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อเยอรมันโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยาตราทัพบุกโปแลนด์และอีกหลายประเทศในยุโรป และสถานการณ์ทางเอเชีย ญี่ปุ่นเริ่มใช้นโยบายชาตินิยมและก่อสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นที่จีนและภูมิภาคเอเชีย

นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สังคมไทยได้ค่อยๆ ก้าวสู่ความเป็นอารยะตามแบบตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญที่ปรากฏอยู่ในรูปของวัตถุไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง รถไฟ ไฟฟ้า ประปา เขื่อนชลประทาน โรงพยาบาล ระบบการสื่อสารคมนาคม ที่ทำการรัฐบาล ห้างร้าน และตึกรามบ้านช่อง ตลอดจนเครื่องใช้อันทันสมัย อันมีเจ้านายและชนชั้นสูงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ส่วนชาวบ้านสามัญชนเป็นผู้ตาม ในแง่การเมือง อิทธิพลของเจ้านายและขุนนางยุคเก่าในการนำสังคมไทยเริ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คณะราษฎร์ได้เข้ามามีบทบาทสูงในการนำสังคม และบุคคลหนึ่งที่เป็นผู้นำฝ่ายทหารของคณะราษฎร์ และเป็นหนึ่งในผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองในฝ่ายทหาร คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้ขึ้นสู่อำนาจและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี( พ.ศ. 2481-2487 ) อันเป็นช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ในยุคนี้ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทยให้เป็นสากลและสอดคล้องกับความเป็นไปของโลก โดยได้มีบัญญัติเรียกว่า “ รัฐนิยม “ ซึ่งแสดงนโยบายของประเทศว่าต้องการให้ประชาชนคนไทยรักหวงแหนและภูมิใจในความเป็นไทย เช่น ให้ข้าราชการแต่งเครื่องแบบตามที่กำหนด ห้ามสวมกางเกงแพร ให้ทักทายกันด้วยคำว่า “ สวัสดี “ ห้ามกินหมาก ให้สวมหมวกทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ใช้คำขวัญปลุกใจทุกเช้าก่อนเรียน การยกเลิกบรรดาศักดิ์โดยให้ใช้เพียงชื่อ สกุล เหมือนคนทั่วไป การเคารพธงชาติ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีการปลุกระดมความรู้สึกชาตินิยมอย่างรุนแรงด้วย

สภาพสังคมหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตย ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญ คือ ประชาชนขึ้นมาเป็นเจ้าของประเทศและมีบทบาทในการปกครองประเทศด้วยกระบวนการกฎหมายรัฐธรรมนูญ ชนชั้นกลาง พวกพ่อค้า ปัญญาชน ขึ้นมามีบทบาทในสังคมแต่ผู้กุมอำนาจยังคงได้แก่ทหารและข้าราชการ นายทุนเติบโตจากการค้าและอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมีอิทธิพลและบทบาทจนได้เปรียบในสังคม เกิดช่องว่างในสังคมทำให้ชาวไร่ ชาวนา และกรรมกรมีฐานะและชีวิตอยู่กับความยากจนและถูกเอารัดเอาเปรียบจากสังคม

Filed under อินเตอร์เน็ต.
 

สังคมมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดทั้งทหารและพลเรือนที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2

 

สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสงครามที่ขยายขอบเขตไปทั่วโลก ยืดเยื้อถึง 6ปี เหตุเกิดจากความไม่พอใจสนธิสัญญาแวร์ซาย รวมทั้งการก้าวขึ้นมามีอำนาจทางการเมืองของกลุ่มเผด็จการนาซีในเยอรมัน เผด็จการฟาสซิสต์ในอิตาลี และความต้องการเป็นผู้นาแห่งเอเชียของญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่2 เริ่มต้นเมื่อ ค.ศ.1939และสงครามในยุโรปสิ้นสุดเมื่อเยอรมนียอมแพ้ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1945 ส่วนสงครามในเอเชียสิ้นสุดเมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันผลของสงครามโลกครั้งที่ 2สงครามประวัติศาสตร์ครั้งนี้ถือเป็นสงครามโชกเลือดที่สุด เพียงระยะเวลา 6 ปีตั้งแต่ค.ศ.1939-1945 การห้าหั่นของทหารกว่า100 ล้านนาย คร่าชีวิตเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปกว่า 60 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์ สาเหตุล้วนมาจากการอดอาหาร โรคระบาด และการรบราฆ่าฟัน แม้ฝ่ายสัมพันธมิตรจะได้รับชัยชนะแต่ก็ใช่ว่าจะไม่สูญเสียเลย ทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อด้วยกันทั้งนั้น ซากศพกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วแผ่นดิน ผืนน้า ทหารไม่น้อยชิงจบชีวิตตัวเองแทนการยอมถูกจับเป็นเชลยศึก

ด้านสังคมมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดทั้งทหารและพลเรือน และมีมูลค่าความเสียหายมากมายที่สุดในประวัติศาสตร์ มนุษยชาติ ทั้งยังเกิดการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ของโลก โดยชาวยิวกว่า 6 ล้านคนถูกสังหารโดยนาซีเยอรมันฝ่ายสัมพันธมิตรทหารเสียชีวิต 17,000,000นาย พลเรือนเสียชีวิต33,000,000 คน เสียชีวิตทั้งหมด 50,000,000 คนฝ่ายอักษะ ทหารเสียชีวิต 8,000,000 นาย พลเรือนเสียชีวิต 4,000,000 คน เสียชีวิตทั้งหมด 12,000,000 คน ผู้คนจานวนมากต้องได้รับบาดเจ็บ พิการ หายสาบสูญ ไร้ที่อยู่อาศัยขาดแคลนอาหาร และประสบปัญหาต่างๆอีกมากมายด้านวิทยาการเกิดการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อนามาใช้ในสงคราม เช่น เรดาห์เรือบรรทุกเครื่องบินระเบิดปรมาณู และนาไปสู่การแข่งขันกันผลิตอาวุธร้ายแรงของสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็นด้านเศรษฐกิจเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกหลังสิ้นสุดสงครามซึ่งเป็นผลจากการล่มของตลาดหุ้นที่วอลสตรีท นครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา ทาให้ธนาคารหลายพันแห่งต้องปิดกิจการลง ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยังครอบคลุมไปถึงประเทศต่างๆในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งเป็นลูกหนี้รายใหญ่รวมถึงส่งผลไปยังทวีปเอเชียเช่นญี่ปุ่น มีคนว่างงานจานวนมหาศาล

Filed under อินเตอร์เน็ต.
 

สงครามโลกครั้งที่ 2 ปมปัญหาความขัดแย้ง

 

เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 สรุปไว้ว่า ในฝั่งเอเชียคือญี่ปุ่น[แมนจูเรีย ตามนโยบายรุกรานจีนซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปีค.ศ.1920 เพื่อขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่นตั้งรัฐบาลแมนจูกัวจากราชวงศ์แมนจูหรือชิงซึ่งถูกโค่นอำนาจในจีน ขึ้นเป็นรัฐบาลหุ่น จากนั้นค่อยๆรุกรานดินแดนส่วนอื่นๆของจีน ขณะที่องค์การสันนิบาตแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์การกลางของโลก ลงโทษอะไรญี่ปุ่นไม่ได้ เหตุการณ์สำคัญต่อมาคือการที่เยอรมนี ซึ่งมีรัฐบาลเป็นกลุ่มนิยมนาซีเริ่มสะสมอาวุธขึ้นมาใหม่อีกรอบ โดยใช้ข้ออ้างว่าป้องกันตัวเอง ทำให้ทะเลาะกับฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งในช่วงที่อังกฤษกับฝรั่งเศสมั่วแต่ฮึ่มๆ อยู่กับเยอรมนี อิตาลีก็ฉวยโอกาสรุกรานเอธิโอเปียในปี 1935 ชนิดไม่สนหน้าใครทั้งนั้น

สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 2

1.สนธิสัญญาสันติภาพที่ไม่เป็นธรรม ข้อบกพร่องของสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีสาเหตุมาจากประเทศชนะสงครามและประเทศที่แพ้สงครามต่างก็ไม่พอใจในข้อตกลงเพราะสูญเสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะสนธิสัญญาแวร์ซายส์ที่เยอรมันไม่พอใจในสภาพที่ตนต้องถูกผูกมัดด้วยสัญญา

2.ลัทธิชาตินิยม ความไม่ยุติธรรมของสนธิสัญญาแวร์ซาย ทำให้ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเยอรมนีหันไปใช้ลัทธินาซี เพื่อสร้างประเทศให้ยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับ เบนีโต มุสโสลีนี ผู้นำอิตาลีหันไปใช้ลัทธิฟาสซิสต์ ส่วนญี่ปุ่นต้องการสร้างวงศ์ไพบูลย์ร่วมกันแห่งมหาเอเชียบูรพา เพื่อเป็นผู้นำในเอเชีย นอกจากนี้ยังเกิดทฤษฎีชาตินิยมในเยอรมนีว่าด้วยความเหนือกว่าในทางเผ่าพันธุ์ ที่ทำให้ฮิตเลอร์ใช้นโยบายกวาดล้างชาวยิวในดินแดนยึดครองต่างๆ

3.ลัทธินิยมทางทหาร ได้แก่ การสะสมอาวุธเพื่อประสิทธิภาพของกองทัพ ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างประเทศมากขึ้น และเกิดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

4.นโยบายต่างประเทศที่ไม่แน่นอนของอังกฤษการใช้นโยบายออมชอมของอังกฤษเมื่อเยอรมนีละเมิดสนธิสัญญาแวร์ซาย โดยการเพิ่มกำลังทหารและการรุกรานดินแดนต่างๆ

5.ความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมือง ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ ปัญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้หลายประเทศหันไปใช้ระบอบเผด็จการเพื่อแก้ปัญหาภายใน เช่น เยอรมนีและอิตาลี นำไปสู่การแบ่งกลุ่มประเทศ

6.ความอ่อนแอขององค์การสันนิบาตชาติ เนื่องจากไม่มีกองทัพขององค์การ ทำให้ขาดอำนาจในการปฏิบัติการและการที่อเมริกาไม่ได้เป็นสมาชิกจึงทำให้องค์การสันนิบาตชาติเป็นเครื่องมือของประเทศที่ชนะใช้ลงโทษประเทศที่แพ้สงคราม

Tags: , ,

Filed under อินเตอร์เน็ต.